ประกาศ
พระราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 "บ้านเมืองเรามีสิ่งดีงามมากมายที่บรรพบุรุษได้สร้างสมไว้ให้เรา. เด็กทุกคนผู้เป็นอนาคตของชาติจึงมีหน้าที่สืบสานและรักษาสิ่งดีงามเหล่านี้ไว้ พร้อมทั้งสร้างเสริมพัฒนาให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไป."      ขอเชิญโรงเรียนทุกสังกัดสมัครเข้าร่วมการแข่งขันและการประกวดสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ประจำปี ๒๕๖๑ ดังนี้ ๑) การแข่งขันตอบคำถามจากสารานุกรมไทยฯ ครั้งที่ ๒๔ ชั้น ป.๔ - ๖ และ ม.๑ - ๓ รับสมัครวันที่ ๑ - ๓๑ ก.ค.๖๑ ๒) การแข่งขันแต่งบทกลอนในสารานุกรมไทยฯ ครั้งที่ ๑๐ ชั้น ม. ๑ - ๓ และ ม. ๔ - ๖ รับสมัคร ๑ ต.ค. - ๑๐ พ.ย.๖๑ ๓) การประกวดวาดภาพระบายสีในสารานุกรมฯ ครั้งที่ ๑๐ ชั้น ป. ๔ - ๖ และ ม. ๑ - ๓ รับสมัคร ๑ ต.ค. - ๑๐ พ.ย.๖๑ และ ๔) การประกวดโครงงานสารานุกรมฯ ครั้งที่ ๒ ชั้น ป. ๔ - ๖ และ ม. ๑ - ๓ รับสมัคร ๓๑ ต.ค.๖๑      
ค้นหา
 
STEM นวัตกรรมการจัดการการศึกษา
 

การพัฒนานวัตกรรมการจัดการด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังพัฒนาโครงการสะเต็มศึกษาหรือ “STEM” ซึ่งย่อมาจาก Science Technology Engineering and Mathematics Education โดยมีแนวคิดมาจากหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตเรีย และเยอรมนี ที่พยายามพัฒนาแนวทางการเรียนการสอนวิชาดังกล่าวโดยทำให้เกิดการบูรณาการของการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การคิดแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งในหลายประเทศประสบปัญหาคล้ายกับประเทศไทย คือ นักเรียนไม่เข้าใจบทเรียนอย่างแท้จริง เรียนอย่างท่องจำ ให้ทำข้อสอบผ่าน เมื่อผ่านไปอีกภาคการศึกษาหนึ่ง เกิดปัญหาลืมบทเรียนที่จบไปแล้ว อาจเป็นเพราะนักเรียนไม่เข้าใจว่า บทเรียนนั้นนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้อย่างไร จึงทำให้นักเรียนไม่สามารถเชื่อมต่อความรู้เป็นภาพใหญ่ได้ ภายใต้เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจะทำให้การเรียนต้องมีความสนุก ดึงดูดความสนใจของนักเรียนไว้ได้ และเข้ากับสิ่งที่จะพบในอนาคตด้วย

การดำเนินการด้านการเรียนการสอน

การสร้างนวัตกรรมการจัดการครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการดำเนินการด้านการเรียนเท่านั้น ในส่วนของครูผู้สอนและผู้ที่สร้างหลักสูตรการสอนเองก็ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในทิศทางเดียวกันด้วย การตั้งโจทย์เพื่อให้นักเรียนคิดและฝึกฝน จะเป็นสิ่งที่บูรณาการระหว่างวิชาเข้าด้วยกัน เช่น การออกแบบเก้าอี้พับ มีทั้งวิชาคณิตศาสตร์และวิชาฟิสิกส์เข้ามาผสมกันในโจทย์เดียว โจทย์เรื่องการผลิตในโรงงานปลาทูน่ากระป๋องที่มีทั้งเรื่องของวิชาคณิตศาสตร์ การคำนวณเรื่องขนาดความจุ วิชาฟิสิกส์ การคำนวณเรื่องไฟฟ้าที่ใช้ วิชาเคมี การวิเคราะห์เรื่องปฏิกิริยาระหว่างอาหารและภาชนะ และวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุ์ของปลาที่นำมาใช้ จะเห็นได้ว่าความรู้ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ครูเพียงคนเดียวเข้ามาเรียนรู้และนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียน การปรับเปลี่ยนนี้ต้องใช้ผู้ที่อยู่ในภาคปฏิบัติทั้งผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่นั้น เช่น นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ผู้จัดการโรงงาน มาเพื่อบอกเล่า ร่วมกำหนดโจทย์และวิธีการสอนให้กับครูด้วย องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่มีความทันสมัยและจับต้องได้ จึงจะสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนได้เห็นประโยชน์ในการใช้งานได้จริง นอกจากนี้ นักเรียนที่ต้องการเติบโตไปประกอบอาชีพต่างๆ จะได้เข้าใจถึงหน้าที่การงานของแต่ละอาชีพมากยิ่งขึ้นด้วย โดยในประเทศอังกฤษได้มีการยกย่องผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ และเรียกว่า “STEM ambassador” เพื่อเป็นการให้เกียรติกับองค์ความรู้ที่สั่งสมผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตของแต่ละท่าน

ตัวอย่างการเรียนการสอนในประเทศญี่ปุ่น

ในแต่ละประเทศอาจมีเหตุการณ์สำคัญของประเทศที่แตกต่างกันไป ก็สามารถนำมาเป็นโจทย์ของการเรียนการสอนได้ ในประเทศญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติมาตลอด จึงนำมาใช้ในภาคการศึกษา ดังเช่น การคำนวณพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม การไหลของน้ำ การเคลื่อนที่ของคลื่นซึนามิ แม้จะเป็นความเข้าใจในพื้นฐานไม่ลึกซึ้งขนาดเรียนเรื่องแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ (computer modeling) ที่หน่วยงานดูแลและบริหารใช้งานอยู่จริง แต่ก็ทำให้นักเรียนเห็นภาพ ตั้งใจเรียนและพยายามมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การขับเคลื่อนโครงการ STEM Education ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานด้านวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาวิศกร สภาสถาปนิก แพทย์ศาสตร์ และสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น รวมทั้งบริษัทที่ต้องใช้ผู้มีความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ปตท. เอสซีจี ซีพี และบริษัทประกอบรถยนต์ เป็นต้น เพื่อทำให้ครูผู้สอนมีบทเรียนที่จะนำมาสอนได้ดียิ่งขึ้น จำเป็นต้องพัฒนาช่องทางความร่วมมือระหว่างกัน เครื่องมือที่ดึงดูดความสนใจการเรียนการสอน เครื่องมือในการจัดการห้องเรียนและการนำบทเรียนให้มาสู่ผู้เรียนได้สะดวกมากขึ้น การปรับเปลี่ยนหนังสือที่เป็นสิ่งพิมพ์ให้เป็นสื่อมัลติมีเดียแบบโต้ตอบได้ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องพัฒนาต่อไป รวมทั้งการสอบวัดความรู้และความสามารถในการคิดและสร้างนวัตกรรมของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

การดำเนินงานในปี พ.ศ. 2556

ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จะสร้างศูนย์เรียนรู้นำร่องใน 10 จังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะมีจำนวน 3 โรงเรียน รวม 30 แห่ง เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานและวัดผลให้เป็นรูปธรรม และหลังจากนั้นจึงจะได้ขยายไปสู่วงกว้าง อันจะเป็นประโยชน์กับตัวนักเรียนเองและกับหน่วยงาน องค์กร สถานประกอบการที่นักเรียนเหล่านี้จะเข้าไปทำงานเพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศต่อไปกล่าวโดยสรุปแล้ว โครงการ “สะเต็มศึกษา” เป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนไทยรุ่นใหม่ ให้มีทักษะในการสร้างนวัตกรรม ที่จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
จำนวนผู้เข้าชม
วันนี้ 3,632
ทั้งหมด 2,862,565